เจสัน บริกแมน การ์ดจ่าย ร้ายเงียบ!!

Home / ABL / เจสัน บริกแมน การ์ดจ่าย ร้ายเงียบ!!
เจสัน บริกแมน

 

ผู้เล่นทีม โมโน แวมไพร์ กำลังเฮฮาครื้นเครง หลังเกมที่เอาชนะ ทีม ชงสง กังฟู ได้ในรอบรองชนะเลิศของ อาเซียน บาสเกตบอล ลีก (ASEAN Basketball League) ทั้ง ไมค์ ซิงเกิลแทรี่, แซม เดกูอาร่า, ดรงค์พันธุ์ อภิรมย์วิไลชัย  พร้อม เจสัน บริกแมน กำลังหยอกล้อกัน และ พูดคุยเรื่องเกมที่ผ่านมากันอย่างเข้มข้นในช่วงแถลงข่าวหลังเกม

 

“จริงๆ เราน่าจะทำรายการทอล์กโชว์กันนะ” ซิงเกิลแทรี่เสนอกับเพื่อนร่วมทีมก่อนที่พิธีการของงานแถลงข่าวจะเริ่ม ซึ่งเป็นไอเดียที่ เดกูอาร่า ชอบใจจนต้องทุบโต๊ะออกอาการแสดงความตื่นเต้น

 

หลังจากนั้น ซิงเกิลแทรี่ก็เผยแผนว่า รายการจะออกมาในรูปแบบไหน ใครทำอะไรบ้าง และแน่นอนว่าตัวเขาเองที่เป็นเหมือนลีดเดอร์ของกลุ่มจะเป็นคนดำเนินรายการหลัก นอกจากนี้เขายังวางไว้ให้บิ๊กแซม โผล่เข้ามาเป็นครั้งคราวด้วยความที่ตัวใหญ่และเสียงทุ่ม ปล่อยมาเป็นมุกเด็ดประจำรายการ

 

บริกแมน เองก็ดูพอใจกับความคิดที่จะทำรายการทอล์กโชว์กับเพื่อนๆ กลุ่มนี้ แต่ก็เหมือนว่ายังมีอะไรติดใจอยู่ซักอย่าง

 

“เราว่า เราคงไม่ได้พูดอะไรมากเท่าไหร่” บริกแมนกล่าวแบบเขินๆ ในน้ำเสียงเรียบๆ เบาๆ ที่คุ้นเคยกันดี “ให้คนอื่นพูดเยอะๆ ดีกว่า”

 

ภาพจาก ASEAN Basketball League / Onvisa Thewphaingarm

รายการทอล์กโชว์ที่ว่า เป็นเพียงแค่มุกขำๆ ฆ่าเวลาของซิงเกิลแทรี่ก็จริง (นอกจากว่าจะมีผู้ใหญ่ใจดี มาสนับสนุนลงทุนให้เป็นจริงขึ้นมา) แต่ฟังดูแล้ว โครงสร้างมันก็ละม้ายคล้ายคลึงกับ โครงสร้างของทีม โมโน แวมไพร์ ที่กำลังต่อสู้ในรอบชิงชนะเลิศของ ASEAN Basketball League (ABL) ยังไงอย่างนั้น

มีไมค์ ซิงเกิลแทรี่ เป็นตัวดำเนินเกมเป็นหลักด้วยการทำสกอร์กระจุยกระจาย มีแซม เดกูอาร่า ที่เข้ามาใช้ความใหญ่ของร่างกายให้เป็นประโยชน์ ทำแต้มเป็นระยะๆ

และแน่นอนว่า มี เจสัน บริกแมน ที่คอยคุมจังหวะของเกมทั้งหมดอยู่อย่างเงียบๆ ในฐานะการ์ดจ่ายของทีม นี่คือโครงสร้างของทีมโมโน แวมไพร์ ที่ใช้มาแล้วประสบความสำเร็จจนเข้ารอบชิงชนะเลิศ ABL ปีนี้

ในช่วงฤดูกาลปกติ บริกแมน ทำเฉลี่ย 10.4 แต้ม และ 10.3 แอสสิสต์ และถือว่าเป็นการ์ดจ่ายที่ดีที่สุดคนหนึ่งในลีกอย่างไม่ต้องสงสัย แต่พอมาในรอบเพลย์ออฟ ตอนนี้ กลับกลายเป็นว่า เรากำลังได้เห็นวิวัฒนาการณ์การแปลงร่างขั้นต่อไปของการ์ดจ่ายชาวฟิลิปปินส์-อเมริกัน ที่ดุดันน่ากลัวขึ้นมาอีกขั้น

ระหว่างที่ผู้เล่นกำลังคุยกันออกรสถึงเกมที่เพิ่งจบกันไปอย่างสุดมันส์ซึ่ง เดกูอาร่า สามารถยิงลูกคว้าชัยก่อนหมดเวลาไปได้อย่างสวยงาม

อยู่ๆ ทันทีทันใด บริกแมนก็มีการแซวซิงเกิลแทรี่แบบหน้านิ่งๆ

 

“ยิงลูกโทษให้ลงบ้างสิ ไมค์” บริกแมนกล่าวโดยมีรอยยิ้มที่มุมปาก เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าเขาเพียงแค่แซวเล่นๆ บริกแมน กำลังกล่าวถึงลูกโทษสองลูกที่ ซิงเกิลแทรี่ ยิงพลาดไปช่วงท้ายเกมติดต่อกันสองครั้ง

 

“หมายความไงงงงง?!” ซิงเกิลแทรี่ตอบกลับอย่างเคืองๆ แบบติดตลก “นี่มันครั้งแรกเลยนะ!”

บริกแมนจึงยกจังหวะลูกโทษที่ซิงเกิลแทรี่พลาดในเกมรอบก่อนหน้านั้น ที่เจอกับสิงคโปร์ สลิงเกอร์ส แล้วชนะมาได้อย่างสูสี

“แล้วพวกเราชนะไหมละ?” ซิงเกิลแทรี่ ถามบริกแมนกลับอย่างกวนๆ

“ทุกคนคิดว่า เจสัน มันเป็นคนน่ารัก นิสัยดี” ซิงเกิลแทรี่หันมาพูดกับสื่อในงานแถลงข่าวต่อ “ผมบอกให้เลย เจสันมันร้าย!”

ทุกคนในห้องลั่นหัวเราะขึ้นมา และ ขำกันหนักมากขึ้นอีกเมื่อบริกแมนสวนต่อว่า

“ถ้าใครดีกับผม ผมก็ดีกับเขา ก็แค่นั้น”

ในรอบเพลย์ออฟ ABL ครั้งนี้ เจสัน บริกแมน ได้เผยความร้ายนี้กับทีมตรงข้ามมาตลอด แค่ช่วงฤดูกาลปกติที่ทำไปได้ 10 แต้ม และ 10 แอสสิสต์ต่อเกมก็ว่าสุดยอดแล้ว แต่พอเข้ามาในช่วงเพลย์ออฟ เหมือนว่าบริกแมนจะยกระดับตัวเองขึ้นมาอีกขั้น

“ผมว่า ผมมักจะเล่นได้ดีที่สุดในช่วงเพลย์ออฟ” บริกแมน กล่าว

มันดูเป็นวลีที่ใครๆ ก็ชอบพูดกันให้ดูเท่ เหมือนว่าตัวเองเล่นดีขึ้นในสถานการณ์ที่คับขันมากขึ้น แต่สำหรับบริกแมน มันคือเรื่องจริงที่ขัดไม่ได้ ยิ่งเมื่อมีสถิติเป็นหลักฐานมายืนยัน ในช่วงเพลย์ออฟก่อนถึงรอบชิงชนะเลิศนี้ เขาทำได้ 15.5 แต้มต่อเกม 6.0 รีบาวด์ ต่อเกม 10.8 แอสสิสต์ต่อเกม อีกทั้งยังมีอัตรายิงฟีลด์โกล์ 56.3% แล 54.5% จากระยะสามแต้ม ซึ่งสถิติแทบทั้งหมดนี้ ดีกว่าสถิติช่วงฤดูกาลปกติ (ที่ดีมากๆ อยู่แล้ว) อย่างเห็นได้ชัด

แม้แต่ในปีแรกที่ บริกแมน เล่นใน ABL กับทีม เวสต์พอร์ต มาเลเซีย ดรากอนส์ เขาก็ทำผลงานในเพลย์ออฟ ได้ดีออกหน้าออกตา จน สามารถคว้ารางวัล ผู้เล่นทรงคุณค่ารอบชิงชนะเลิศ ปาดหน้า เพื่อนร่วมทีมผู้เล่นทรงคุณค่าในฤดูกาลปกติอย่าง เรจจี้ จอห์นสัน (World Import) และ แมทธิว ไรท์ (Heritage Import) ไปได้

สำหรับริกแมนแล้ว เขามีความ “นิ่ง” ที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษของเขา ที่ทำให้ประสิทธิภาพของเขาดีขึ้นมาอีกหลายเท่า ยิ่งเมื่อเกมบีบคั้นมากขึ้นในรอบเพลย์ออฟ ผลลัพธ์คือ มันกลายเป็นเหมือนว่าตลอดเวลาที่เราเห็นเขาเล่นในฤดูกาลปกตินั้น เขาแค่กำลังเล่นผ่านๆ ไป เพื่อรอเร่งเครื่องอีกจังหวะในรอบเพลย์ออฟนี้

ซิงเกิลแทรี่เล่าว่า เขาต้องคอยหยอกคอยแซวบริกแมนมาตลอด ทั้งในช่วงซ้อม หรือ แม้แต่เกมบอกเกม ว่าเขาไม่เคยยิงบอลเลย

“ไมค์ รอก่อน เดี๋ยวจัดให้ เดี๋ยวยิงแน่” บริกแมนก็จะคอยตอบแบบนี้ทุกครั้ง

แล้วเมื่อโมโน แวมไพร์ ผ่านเข้ามาในรอบรอบชนะเลิศของ ABL บริกแมนก็จัดให้ตามที่บอกจริงๆ

ในเกมแรกที่เจอกับ ชองซอน กังฟู บริกแมนจัดไป 25 แต้มเป็นจำนวนแต้มที่มากที่สุดในอาชีพการเล่น ABL ของเขา มาในเกมที่สองเขาก็ยังคงฟอร์มร้อนแรงไม่แพ้กัน ทำไป 23 แต้ม แค่ในสองเกมนี้ บริกแมนยิงรวมไปถึง 18.5 ครั้งต่อเกม ซึ่งมากกว่า อัตราเฉลี่ยของเขาในฤดูกาลปกติ (8.8 ครั้งต่อเกม) กว่าสองเท่า

และแม้ว่าจะยิงมากขึ้นก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก้ยังดีเหมือนเคย

“ผมรู้ว่าทุกทีมจะต้องพยายามตัดเส้นทางการจ่ายบอลของผมมากขึ้น อีกทั้งยังตามประกบผมแบบหลวมๆ เพื่อดักทางตัวบุกคนอื่นๆ” บริกแมนกล่าวถึงฟอร์มของเขาในรอบรองชนะเลิศนี้ “พวกเขามักจะไปรุมประกบไมค์ กับ แซมมากกว่า ซึ่งทำให้ผมต้องรับบทในการบุกอย่างดุดันมากขึ้น ยิ่งในรอบที่เจอกับทีมจากจีนครั้งนี้ ถ้าเราต้องการจะชนะ แปลว่าผมต้องเพิ่มการทำแต้มของตัวเองให้ดุดันมากขึ้น”

“ผมว่า เขาเป็นคนที่มองเห็นเกมต่างจากคนอื่นทั่วไปมากๆ” ซิงเกิลแทรี่ เสริม “เขาอ่านออกว่า ทีมตรงข้ามเริ่มป้องกัน ผม แซม กับ พอล [ซามาร์] แน่นขึ้น ทำให้โอกาสในการทำแต้มของเขามากขึ้น”

“ซึ่งนั้นก็คือ เจ บริก ไฟฟ์ ของพวกเรา” ไมค์กล่าวต่อ “นั้นคือสิ่งที่เขาทำ และ มันก็ดีกับพวกเราทุกคน และดีกับทีม”

บริกแมน โหมดเพลย์ออฟ (หรือ เรียกกันเท่ๆ ว่า เพลย์ออฟ เจ) ตอนนี้ก้าวเข้ามาถึงรอบชิงอีกครั้ง เป็นครั้งที่สองหลังจากที่เขาได้แชมป์เมื่อปี 2015-2016 และ ดูจากฟอร์มของเขาในรอบรองชนะเลิศนี้ เขากำลังเร่งเครื่องทันเวลาก่อนการเล่นเวทีที่ใหญ่ที่สุดในรายการพอดี

มีช่วงหนึ่งระหว่างที่กำลังแถลงข่าวกันอยู่นั้น ซิงเกิลแทรี่ กับ “ปาล์ม” ดรงค์พันธุ์ กำลังพูดคุยกันว่าเกมที่ผ่านมาเป็นเกมที่ปะทะกันหนักมาก และ หันไปทักบริกแมนว่ารู้สึกอย่างไรกับจังหวะที่โดนชนรอบหนึ่งจนทำให้เขาปากแตก

“ใครชนเราหรอ?” บริกแมนถามอย่างงงๆ ลอยๆ

“ไม่รู้ดิ ซักคนหนึ่งนั้นแหละ” ซิงเกิลแทรี่ตอบ ซึ่งบริกแมนก็ยังคงตอบรับอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว

“มาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้” ซิงเกิลแทรี่แซวกลับด้วยการกรอกตาบนใส่แถมตามไปด้วย “ปากแตกขนาดนั้น แต่ยังมาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อีกว่าเกิดอะไรขึ้น”

บริกแมนได้แต่ขำกลบไปเบาๆ… แต่บางที จังหวะการปะทะครั้งนั้น อาจจะเป็นสิ่งที่จุดประกายให้ บริกแมน หรือ เพลย์ออฟ เจ นั้น ไฟลุกขึ้นมาอีกระดับในช่วงนี้ก็ได้

เพราะอย่าลืมความร้ายของบริกแมน ถ้าใครดีกับเขา เขาก็จะดีด้วย แต่ถ้าใครร้ายกับเขา… ก็ระวังไว้ได้เลย!