พอล ซามาร์ ไม่ว่าจะต้องเจออะไร ก็พร้อมยิ้มตอบรับเสมอ

Home / ABL / พอล ซามาร์ ไม่ว่าจะต้องเจออะไร ก็พร้อมยิ้มตอบรับเสมอ

บาสเกตบอลเป็นกีฬาที่ต้องมีปะทะกันอย่างเลี้ยงไม่ได้ ในเมื่อผู้เล่นฝ่ายหนึ่งมีเป้าหมายที่จะทำแต้ม และ อีกทีมก็ต้องทำทุกวิถีทางที่จะสะกัดกั้น มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายจะไม่กระทบกระทั่งกันบ้าง

พอล ซามาร์ การ์ดตัวเก่งของ ทีม โมโน แวมไพร์ เข้าใจถึงจุดนี้เป็นอย่างดี เขาเองก็เล่นบาสมาตั้งแต่เด็ก แถมยังเล่นในประเทศฟิลิปปินส์ ที่ระดับการแข่งขันเข้มข้นถึงขีดสุด เขาผ่านมาแล้วกับการต้องปะทะกับผู้เล่นที่ทั้งแข็งแรง ทั้งรวดเร็ว และ หนักหน่วงมาตลอดอาชีพการเล่นของเขา ไม่ว่าจะทั้งโดยเจตนาหรือไม่

ซามาร์ เจอมาหมดแล้ว


เกมที่สามของการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของ ASEAN Basketball League เพิ่งเริ่มต้นไปได้ไม่นาน ความดุดันของเกมก็ปะทุขึ้นมาจนทั้งสองฝ่าย ทั้ง Alab Pilipinas และ โมโน แวมไพร์ เริ่มปะทะกันหนักขึ้นเรื่อยๆ

ในเกมวันนี้ ซามาร์ โดนประกบติดแจเช่นเคย ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา เขาได้แสดงให้ทีมตรงข้ามทุกทีมเห็นแล้วว่า เขาเป็นผู้เล่นที่ปล่อยให้ว่างไม่ได้ เพราะถ้าเขามีโอกาสเมื่อไหร่ เขาพร้อมที่จะทำแต้มกระจุยกระจายได้ทันที

ทีม Alab Pilipinas ได้มอบบทบาทหน้าที่ในการตามประกบกับ Paolo Javelona ที่มีชื่อเสียงด้านการป้องกันตัวทำคะแนนของฝ่ายตรงข้ามอยู่แล้ว ด้วยสไตล์ การป้องกันที่กัดไม่ปล่อย

ในจังหวะท้ายควอเตอร์ที่หนึ่ง Javelona มีจังหวะพัวพันกับซามาร์ และเป็นฝ่าย Javelona ที่โดนเรียกฟาวล์ฝ่ายรับไป

ด้วยรูปของเกมที่กำลังเดือดดาล และ อารมณ์ความต้องการชนะของทั้งสองทีมที่กำลังพุ่งพล่าน ทั้งสองฝ่ายจึงอาจจะรู้สึกว่า ต่างคนต่างมีการปะทะที่ “แถม” เข้าไปหน่อยในขณะนั้น และเป็นทาง Javelona ที่ระเบิดอารมณ์ขึ้นมาก่อนด้วยการพุ่งเข้าไปเผชิญหน้า และจากคำบอกเล่ายังมีการสะบดด่าเป็นภาษาตากาล็อก (ภาษาประจำชาติฟิลิปปินส์)ใส่ ซามาร์ อีกด้วย

แม้ว่าทั้งสองฝ่าย กำลังมีอารมณ์ที่เดือดพล่าน ซามาร์เพียงแค่จ้องมอง Javelona กลับอย่างใจเย็น แล้วแยกออกไปเพื่อรอยิงลูกโทษ


จังหวะแบบนั้น พอล ซามาร์ เจอมาหมดแล้ว

เขาเองคงเข้าใจดี และเคยเป็นหนุ่มเลือดร้อนวัย 25 ปี อย่างที่ Javelona เป็นอยู่ตอนนี้ แต่เขาโตขึ้นมามากแล้ว

การ์ดชาวฟิลิปปินส์เล่าว่า เขาเองก็เคยเป็นผู้เล่นที่เล่นด้วยอารมณ์เต็มเปี่ยมทุกเกม และ แม้ว่าในบางครั้งจะเป็นเรื่องที่ดี เขาเองก็ยอมรับว่า บางที มันก็ส่งผลไม่ดีกับทีมเช่นกัน ตลอดช่วงการเล่นอาชีพของ ซามาร์ เขารู้ว่า นี่คือสิ่งที่เขาต้องปรับปรุงสำหรับตัวเขาเอง หากเขายังอยากเป็นนักบาสอาชีพต่อไป

 

และ เขาก็ทำได้เป็นอย่างดี จนตอนนี้ การ์ดวัย 30 ปีนั้นก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์คนหนึ่งใน ASEAN Basketball League ของทีม โมโน แวมไพร์ ที่มีหลายๆ ทีมทั้งในลีก และ นอกลีก จับตามอง แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่เพราะความสามารถในการทำคะแนนของเขา แต่ด้วยความใจเย็น และ ความนิ่งในการตัดสินใจของเขาอีกด้วย

“ผมจะไม่ยอมหลงไปตามเกมอารมณ์แบบนั้น” ซามาร์บอกกับแฟนสาวของเขาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ปะทะกับ Javelona “เขาจะทุบตี จะปะทะกันในเกมยังไง ผมรับได้ เพราะมันคือ เกมที่มีการปะทะกันอยู่แล้ว แต่ถ้าจะมาด่ากันอะไรแบบนี้ ผมว่ามันไม่จำเป็น และ ผมคงไม่ลดตัวไปทำแบบนั้นด้วยหรอก”

“ถ้าผมด่ากลับ แล้วผมได้อะไร?”

ไม่ว่า ซามาร์ จะต้องรับอะไรมาบ้างในแต่ละเกม เขาพร้อมที่จะสลัดความรู้สึกที่ไม่ดีออกไป เพื่อมามุ่งมั่นกับการเล่นของตัวเอง และ ทีมตัวเองในเพลย์ต่อมาเสมอ

แม้แต่ในเกมวันนี้ เขายังต้องใส่แว่นตาเพื่อป้องกัน รอยช้ำ จากการที่ปะทะในการแข่งขันรอบก่อนหน้านี้ แต่ไม่ว่าเขาจะต้องเจอกับอะไร เขาก็ยังเต็มใจที่จะยิ้มสู้กับมันต่อเสมอ


ซามาร์ และ ทาง โมโน แวมไพร์ พ่ายไปในเกมที่ 3 ของรอบชิงชนะเลิศครั้งนี้ แต่ หลังจบเกม ซามาร์ ก็ยังคงพร้อมที่จะยิ้ม ถ่ายรูป และ พูดคุยกับแฟนๆ หลังจบเกม ไม่ใช่เพียงแต่แฟนบาสชาวฟิลิปปินส์ ที่ติดตามเขามาตั้งแต่สมัยที่เล่นในประเทศบ้านเกิด แต่แฟนบาสชาวไทยอีกจำนวนหนึ่ง ที่ชื่นชอบทั้งสไตล์การเล่น และ ตัวตนที่น่ารักของเขาอีกด้วย

หลังจบเกมการแข่งขัน เขาได้รับดอกไม้จากแฟนบาสชาวไทย ที่บอกเขาว่า “คุณพอลจะอยู่ในใจของพวกเราเสมอ”

นั่นคือความจริงใจ และ น่าจะเป็นตัวแทนของความรู้สึกของแฟนๆ ทีม โมโน แวมไพร์ หลายคน ที่หลงรักผู้เล่นที่ชื่อว่า พอล ซามาร์ ไม่ใช่เพียงเพราะเขาเป็นคนที่เล่นบาสเก่ง ทำแต้มได้มากมาย แต่เพราะว่าเขาเป็น ผู้เล่นที่เป็นตัวอย่างที่ดี และ น่านับถืออีกด้วยเช่นเดียวกัน

รูปปกบทความโดย Jonathan Asuncion จาก Philstar.com