ไท ไทยสายเลือดใหม่: โทบี้ ไท สถิตย์สัมพันธ์

Home / FIBA / ไท ไทยสายเลือดใหม่: โทบี้ ไท สถิตย์สัมพันธ์

ทันทีที่รายชื่อทีมชาติไทย สำหรับรายการ FIBA Asia Cup 2021 SEABA Pre-Qualifier มีการประกาศออกไป ทุกคนที่เห็นก็ต้องมาสะดุดกับรายชื่อผู้เล่นคนหนึ่งที่อาจจะไม่ค่อยคุ้นกันเท่าไหร่

ในรายชื่อทั้งหมดมีทั้งคนที่ติดกันมาเรื่อยๆ ทั้ง “ปาล์ม” ดรงค์พันธุ์ อภิรมย์วิไลชัย หรือ “บิ๊ก” ธีรวัฒน์ จันทะจร แม้แต่คนที่เพิ่งเคยมีชื่อติดมาเป็นครั้งแรก ก็ยังถือว่าเป็นชื่อที่แฟนๆ บาสชาวไทยเคยรู้จัก คุ้นหน้าคุ้นตากันมาแล้วบ้าง อย่าง “เจ๋ง” ธวัชชััย สุขทับ สตาร์ดัง ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ไทเลอร์ แลมป์ ก็มีชื่อติดมาอย่างไม่ต้องสงสัย

…แต่ไอ้ โทบี้ “ไท” สถิตย์สัมพันธ์ นี่มันคือใครกัน

ถ้าสงสัยกันแบบนี้ทุกคนก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก เพราะครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ “น้องไท” จะมีโอกาสได้เล่นบาสอย่างเป็นทางการที่ไทยเป็นครั้งแรก!


ตอนนี้ ไท เป็นนักเรียนที่มีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น กำลังศึกษาชั้น Junior Year (หรือเทียบเท่ากับระดับ ม. 5 ที่ประเทศไทย) ที่ Jefferson High School ประเทศสหรัฐอเมิรกา มีการคว้าแชมป์ระดับรัฐ ที่เมืองปอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน จนเป็นที่จับตามองระดับหนึ่งมาเรื่อยๆ แม้ว่าตอนนี้ เขาจะยังเหลืออีกตั้งสองปีกว่าจะต้องตัดสินใจว่าจะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยที่ไหน แต่เขาได้เสนอทุนนักกีฬาบาสเกตบอลกับมหาวิทยาลัยระดับ NCAA ดิวิชั่น 1 มาแล้วสองที่ คือ Bethune Cookman University และ Cal State Fulerton (ซึ่งมหาวิทยาลัยเดียวกันกับที่ลูกครึ่งไทยอีกคน โมเสส มอร์แกน เรียนในปีสุดท้ายก่อนเรียนจบด้วย!)

ตอนนี้ โปรไฟล์ ของเขาก็ดูสวยหรูอยู่ไม่ใช่น้อย และ น่าจะต่อยอดได้อีกไกล แต่ กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เส้นทางก็คดโค้งไปมา หลากหลายทิศทางอยู่เหมือนกัน

ไท เกิดที่ประเทศไทย เป็นเด็กจากจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของคุณแม่ สมัยเด็ก เขาเป็นคนที่ตั้งใจเรียนมาก และ มุ่งมั่นกับการเรียนมาก… มากจนเรียกได้ว่าแทบไม่ได้เล่นกีฬาเลยด้วยซ้ำในช่วงวัยเด็ก และ แทบจะเข้าขั้นว่าเป็นเด็กอ้วนคนหนึ่งด้วยซ้ำ จึงอาจจะเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ ว่าทำไมอยู่ดีๆ เขาถึงไต่ระดับขึ้นมาเป็นนักบาสทีมชาติไทยได้

ทั้งหมดเป็นเรื่องของโอกาสและจังหวะที่พอดี เมื่อ ไท และ ครอบครัว ตัดสินใจให้เขาไปเรียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตามภูมิลำเนาของคุณพ่อ ในช่วงที่ขึ้น ป. 5 และเมื่อเขาได้ไปสัมผัสกับดินแดนสวรรค์ของสปอร์ต เขาก็อดไม่ได้ที่จะหลงไหลกีฬาที่เรียกว่า…

… อเมริกันฟุตบอล!!!

คุณแม่ของไท เล่าว่า ไทชอบกีฬาอเมริกันฟุตบอลมาก และ หมั่นฝึกซ้อม หมั่นเล่นตลอดเวลาในช่วงแรก ทำให้หลายๆ ครั้งจึงกลับบ้านมาพร้อมรอยฟกช้ำดำเขียวทั้งตัว ยิ่งด้วยรูปร่างที่ไม่ได้หนาตันหรือสูงใหญ่ ทำให้ครอบครัวยิ่งเป็นห่วงเรื่องอนาคตในการเล่นกีฬานี้ จนท้ายที่สุดก็ได้โคจรมาเจอกับกีฬาบาสเกตบอลแทน

จากนั้นเป็นต้นมา เขาก็หมั่นฝึกซ้อม และได้โอกาสในการแข่งขันกับผู้เล่นระดับสูงๆ อีกหลายคน ทำให้เขาพัฒนา และ เติบโต ขึ้นมาอยู่ในจุดที่เขาก้าวมาถึงได้ตอนนี้


ตั้งแต่เริ่มมาเก็บตัวซ้อมกับทีมชาติไทย ถือว่าไทไม่ต้องมีการปรับตัวอะไรมาก เพราะที่บ้านและครอบครัว มีการพูดคุยกันเป็นภาษาไทยอยู่เรื่อยๆ และ มีการสอนให้รักษาวัฒนธรรมไทยมาตลอด รวมไปถึงพื้นฐานความเป็นไทยที่ติดตัวมาตั้งแต่สมัยเด็ก

“ที่ผ่านมาก็ดีนะครับ ผมชอบ โดยเฉพาะการที่ได้เจอกับเพื่อนร่วมทีมทุกคน และได้มาเจอกับวัฒนธรรมไทยๆ ที่นี่” ไทกล่าว “ทุกคนเฟรนด์ลี่ดี แต่ก็ขยัน และ ตั้งใจกันมากๆ มีความแข่งขันกันสูงในเวลาเดียวกัน”

สิ่งที่เขาต้องปรับตัว กลับเป็นเรื่องการเล่นในสนามมากกว่า แต่ ก็เป็นการปรับตัวในเรื่องที่คาดกันไม่ถึง

“จริงๆ เรื่องร่างกายของผู้เล่นก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่มากนะ เพราะ ตอนที่เล่นที่ไฮสกูลก็จะเจอพวกยักษ์ 6’9”-6’10” อยู่เรื่อยๆ” ไทเล่า “สิ่งที่ต้องปรับตัวมากที่สุดเป็นเรื่องของกฏในการเล่นมากกว่า เพราะกฏของ FIBA ต่างจากกฏของไฮสกูลที่อเมริกามาก ก็ต้องปรับกันไป”

“นอกจากนี้แล้ว เส้นสามแต้มก็ห่างออกไปอีกด้วย” ไทเสริม “ระยะสามแต้มที่นี่จะไกลกว่าที่ซ้อมเป็นปกติหน่อย แล้วก็สนามจะกว้างกว่า เพราะฉะนั้น ผมก็ต้องทำร่างกายให้ฟิตมากขึ้นอีกด้วย”

“เรื่องการสื่อสาร ผมก็ต้องมาฝึกเรื่องภาษาไทยใหม่นิดหน่อย เพื่อให้สื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมให้ได้ดีขึ้น ปกติผมก็จะพูดภาษาไทยกับคุณแม่ แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบภาษาไทยคำอังกฤษคำมากกว่า” ไทอธิบายให้ฟังเป็นภาษาอังกฤษ “ตอนนี้ผมว่าผมพูดได้ระดับ 8 แล้วมั้ง ก็ดีพอสมควรแหละ สื่อสารได้”

รุ่นพี่ในทีมชาติหลายๆ คนคอยช่วยเหลือ และ สอนน้องสุดท้องในทีมมาตลอด แต่คงไม่มีใครที่ช่วยเหลือได้มากที่สุด และ เข้าใจได้มากที่สุดเท่ากับรุ่นพี่ลูกครึ่งไทยในทีมอีกคน คือ ไทเลอร์ แลมป์

“พี่ไทเลอร์ เขาช่วยผมได้มากตั้งแต่วันแรกที่เจอกันเลย เขาชวนผมไปซ้อมพิเศษด้วยกันทันที”

ความสัมพันธ์ ของ “ไทเล็ก” กับ “ไทใหญ่” มีความหลังย้อนไปไกลอีกระดับหนึ่งที่ทำให้ทั้งสองคนสนิทกับมากขึ้นเป็นพิเศษ คือ ทีมชมรมบาสที่เล่นกันในช่วงหน้าร้อน ที่ไทเล็กเล่นให้อยู่ ณ ปัจจุบันนี้ที่ชื่อว่า California Supreme เป็นทีมที่ ไทใหญ่ เป็นรุ่นบุกเบิกสร้างความยิ่งใหญ่กันมาก่อน
แม้ว่าจะไม่เคยทันกันก็ตาม แต่ มันก็มีจุดที่เชื่อมโยงกันได้ ทำให้พูดคุยกันถูกคอมากขึ้น

BagSZN is upon us …🎒#andwaan

A post shared by Tai Warner (@taiwarner) on


จังหวะที่ ไท เข้ามาในวงการบาสไทย เป็นจังหวะที่กำลังเหมาะเจาะในการที่ทีมชาติกำลังพยายามที่จะหาแนวทางในตำแหน่งการ์ดจ่ายรุ่นใหม่อยู่พอดี​

“ผมเป็นการ์ดจ่ายมาตลอดนะ ยกเว้นตอนที่เด็กกว่านี้หน่อย ก็จะเล่นข้างในเพราะว่าอ้วน แต่ก็ลดน้ำหนักลงไปได้เยอะมากละ”

“ผมว่าผมช่วยทีมได้ในเรื่องการครองบอล และ การมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสนาม” ไทกล่าว “ผมคิดว่าผมน่าจะช่วยเปิดพื้นที่การเล่นให้เพื่อนร่วมทีมได้ แล้วถ้าว่าง ผมก็ยิงได้ดีเหมือนกัน แต่ก็ช่วยทีมโดยรวมๆ นั่นแหละ เป็นคนที่ช่วยสั่งการ ส่งเสียงให้ทีมไปในทางเดียวกันเพื่อความได้เปรียบ”

ด้วยสไตล์การเล่น แล้วก็ สถานที่ที่เติบโตมา จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ไอดอลของไทคือใคร

“ผมชอบ เดเมี่ยน ลิลาร์ด [การ์ดจ่ายทีม พอร์ตแลนด์ เทรลเบลเซอร์ส ใน NBA] นะ เขามาจาก พอร์ตแลนด์ ผมก็มาจากพอร์ตแลนด์” ไทกล่าวถึงแบบอย่างในการเล่นของเขา “ผู้เล่นที่ผมชอบทุกคนก็เป็นการ์ดจ่ายกันหมดอะ ผมก็อย่างเป็นเหมือนพวกเขา สเตฟ เคอรี่ ผมก็ชอบ ไอเซ โทมัส ผมก็ชอบ ทั้งคนแก่ แล้วก็อีกคนหนึ่ง”

แต่เหนือกว่าอะไรทั้งสิ้นสำหรับไทในครั้งนี้ เป้าหมายหลักที่มาเล่นทีมชาติไทย ไม่ใช่เพื่อมาแสดงตัวว่าเป็นการ์ดจ่ายที่สุดยอด หรือ เพื่อสร้างโปรไฟล์ต่อยอดเพิ่มเติม

สำหรับเขา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขาอยากคว้าชัยชนะให้ได้ ในการสวมเสื้อทีมชาติไทยเป็นครั้งแรก

“ผมอยากชนะ” ไทพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง “นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผม”

“ผมอยากชนะรายการนี้ ผมคิดว่าเราทำได้ และ ผมคิดว่าเราควรที่จะชนะให้ได้”

ตอนนี้ ก็ได้รู้กันไปบ้างแล้วว่า โทบี้ “ไท” สถิตย์สัมพันธ์ คือ ใคร และมีที่มาที่ไปอย่าง ส่วนฝีมือจะจัดจ้านแค่ไหน ต้องไปติดตามชมกันกับทีมชาติไทย ใน FIBA Asia Cup 2021 Pre-Qualifiers เลย!

Photo Credit: FIBA

ภาพปกบทความจาก FIBA