FEAR THE BROW : แอนโทนี่ เดวิส นักบาสที่ดีที่สุดในโลก

Home / NBA Basketball / FEAR THE BROW : แอนโทนี่ เดวิส นักบาสที่ดีที่สุดในโลก
บาสเกตบอล เอ็นบีเอ แอนโทนี เดวิส

FEAR THE BROW : ระวังคิ้วของเขาไว้ให้ดี แอนโทนี่ เดวิส นักบาสฯที่ดีที่สุดในโลก !!

คำถาม: ถ้าให้คุณเลือกผู้เล่นมา 1 คน เพื่อสร้างทีมบาส NBA ขึ้นมาใหม่ ในเวลานี้ วันนี้เลย คุณจะเลือกใครเป็นคนแรก?

เลอบรอน ,ดูแรน, เคอรี่ หรือคนอื่น? ให้เวลาเลือก…. … .. . จากโพลล่าสุดที่ได้มีการถามไปยังผู้จัดการของทีมต่างๆ ในลีก (General Managers) ผลปรากฏว่าในปีนี้กว่า 86.2% ของผู้จัดการทีมทั้งหมดเลือก แอนโทนี่ เดวิส (“เอดี” เจ้าของฉายา “The Brow”) ขณะที่ เลอบรอน เจมส์ และ เควิน ดูแรน ได้การรับผลโหวตเท่ากันเพียงคนละ 6.9% เท่านั้น เป็นที่น่าประหลาดใจว่าผลการสำรวจในปีนี้พลิกจากปีที่แล้วที่ เลอบรอน ได้รับเลือก 50% ในขณะที่ ดูแรน และ เดวิส ได้คนละ 25%…เพราะอะไรทำไมปีนี้ผู้จัดการทีมถึงพร้อมใจกันเลือก เอดี กันอย่างถล่มทลาย??

แอนโทนี่ เดวิส ผู้เล่นที่ตอนนี้อาจจะยังไม่ได้ดังมากเท่า เลอบรอน เจมส์, เควิน ดูแรน หรือ สตีเฟ่น เคอรี่ ในหมู่แฟนบาสเกตบอลชาวไทย ณ เวลานี้อายุเพียง 22 ปี หนักประมาณ 245 ปอนด์ สูง 6 ฟุต 10 นิ้ว มาพร้อมกับความยาวของช่วงแขน 7 ฟุต 6 นิ้ว ซึ่งยาวกว่า เหยา หมิง เสียอีก เค้ามีไหล่ที่กว้าง โครงสร้างใหญ่ และมีพลังในการกระโดดที่ไม่ธรรมดา มีคนเปรียบเทียบไว้ให้แฟนยุคนี้เข้าใจง่ายๆ ว่า เทพเจ้าแห่งบาสเกตบอลสร้าง เควิน การ์เน็ต ขึ้นมาแล้ว แต่ยังรู้สึกไม่ค่อยสุด เลยสร้าง แอนโทนี่ เดวิส มาเพิ่มเพื่อให้มันจบๆไป เอดี เพิ่งเข้าลีกมาเมื่อปี 2012 ปัจจุบันเป็นผู้เล่นที่ครบเครื่องทั้ง เกมส์รุก เกมส์รับ ทำคะแนนได้ทั้งจากวงนอก และวงใน ป้องกันพื้นที่ได้กว้าง และเร็วเหลือเชื่อ ฤดูกาลที่ผ่านมาเค้าทำสถิติเฉลี่ยต่อเกมส์ไว้อย่างสวยหรูถึง 24.4 คะแนน ด้วยความแม่นยำระดับ 53.5% รีบาวด์ 10.2 ครั้ง บล็อค 2.9 ครั้ง และสตีล 1.5 ครั้งต่อเกมส์

ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ ถ้าอ้างอิงจาก PER: Player Efficiency Rating (เครื่องมือทางสถิติที่ใช้วัดประสิทธิภาพรวมของผู้เล่น) เอดี จัดเป็น 1 ใน 4 ผู้เล่นที่มีประสิทธิภาพสูงในประวัติศาสตร์ลีก อยู่ในระดับเดียวกับผู้เล่นระดับตำนานอย่าง วิลต์ แชมเบอร์เลน, ไมเคิล จอร์แดน และ เลอบรอน เจมส์

เอดี จัดเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีพัฒนาการที่น่าประทับใจที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA เลยทีเดียว ผู้เชี่ยวชาญหลายคนพูดตรงกันว่าช่วง 2-3 ปีแรกเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาผู้เล่นที่มีพรสวรรค์พิเศษ ในปี 2012 ที่ เอดี เข้ามาในลีก ทุกคนต่างตกตะลึงกับพรสวรรค์ทางร่างกายอันยอดเยี่ยมของ เอดี เค้าสูง ยาว คล่อง เร็ว เล่นได้ทั้งรุก และรับ แต่เกมส์การเล่นของเค้าก็ยังมีจุดบกพร่องที่ต้องพัฒนา สิ่งแรกที่ทีม Pelicans ทำคือ การปรับท่ายิงใหม่ให้กับ เอดี เนื่องจากก่อนหน้านี้ท่ายิงของเค้ามีปัญหาและส่งผลต่อความแม่นยำ

ในเรื่องนี้ เอดี กล่าวไว้เองว่า “เมื่อก่อนผมยิงออกจากบริเวณอกหรือแถวๆ หน้า ผมมองไม่ค่อยเห็นห่วงตอนปล่อยบาส เพราะลูกบาสบัง ตอนนี้ผมต้องปรับให้ลูกบาสขยับออกไปทางด้านขวามากขึ้น และสูงขึ้น ต้องมั่นใจว่าลูกบาสถูกปล่อยออกจากนิ้วที่ถูกต้อง และยืดแขน มือเสมอเพื่อ follow-through และต้องแน่ใจว่าวางเท้าด้วยมุมที่ถูกต้องด้วย ผมต้องปรับเปลี่ยนท่ายิงเยอะมาก” ภายในสองปีที่ผ่านมา พัฒนาการของ เอดี เป็นไปอย่างก้าวกระโดด เค้ากลายผู้เล่นตัวใหญ่ที่ยิงระยะกลางแม่นที่สุดคนหนึ่งในลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยิงบริเวณหัวกระโหลกไปจนถึงเส้นสามแต้มซึ่งในฤดูกาลที่แล้วเค้ายิงได้ถึง 48.6% (พัฒนาจากฤดูกาลแรกที่ยิงได้เพียง 33%) ซึ่งถ้าดูตามสถิติถือว่าบริเวณนั้น เค้ามีความแม่นยำอยู่ลำดับต้นๆ ของลีกเลยทีเดียว…ผู้เล่นคนอื่นที่ยิงได้ระดับ 48% ในบริเวณนั้น คือ Al Horford, David West, Maurice Spieght และ Dirk Nowitzki ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้เล่นระดับเก๋าที่พัฒนาการยิงมานานกว่า 5-7 ปีทั้งนั้น แต่เจ้า AD ทำได้ตอนอายุเพียงแค่ 21 ปี!!! ถ้าให้เปรียบเทียบพัฒนาการของ AD กับผู้เล่นในยุคเดียวกันอย่าง Blake Griffin จะเห็นว่า Blake ใช้ระยะเวลาพัฒนามากกว่า AD ถึง 3 ปีเพื่อที่จะพัฒนาการยิงระยะกลางให้ได้ 44% (ซึ่งจริงๆ ถือว่าดีแล้ว)

ในขณะที่ เอดี ใช้เวลาน้อยกว่า และแซงไปอยู่หัวแถวของลีกเป็นที่เรียบร้อย มีคนกล่าวไว้ว่า ผู้เล่นตัวใหญ่ที่ยิงระยะกลางได้ถือเป็น ‘แกนหลักสำคัญ’ ของทีม แต่ผู้เล่นตัวใหญ่ที่ยิงระยะกลางได้แม่น + ความสามารถในการแหวกเข้าไปเล่นวงใน คือ ‘ซูเปอร์สตาร์’ ถ้าคำกล่าวนั้นเป็นจริง พัฒนาการของ เอดี เป็นไปอย่างก้าวกระโดด เค้ากลายผู้เล่นตัวใหญ่ที่ยิงระยะกลางแม่นที่สุดคนหนึ่งในลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยิงบริเวณหัวกระโหลกไปจนถึงเส้นสามแต้มซึ่งในฤดูกาลที่แล้วเค้ายิงได้ถึง 48.6% (พัฒนาจากฤดูกาลแรกที่ยิงได้เพียง 33%) ซึ่งถ้าดูตามสถิติถือว่าบริเวณนั้น เค้ามีความแม่นยำอยู่ลำดับต้นๆ ของลีกเลยทีเดียว คือผู้เล่นระดับ ‘ซูเปอร์สตาร์’ แน่นอน

นอกเหนือจากการพัฒนาการยิง การเพิ่มน้ำหนักตัวถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในพัฒนาการของ เอดี ช่วงสองปีแรก ตอนเข้าลีกใหม่ๆ เอดี หนัก 215 ปอนด์ (97.5 กิโลกรัม) ซึ่งใครๆก็รู้ว่าเค้าผอมบางเกินไป ต้องเพิ่มกล้ามเนื้ออีก 20-30 ปอนด์ (ประมาณ 12 กิโลกรัม) เพื่อที่จะได้มีแรงปะทะกับผู้เล่นตัวใหญ่ และแข็งแรงแบบ แซค แรนดอล์ฟ “ผมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาช่วงสองปีครึ่งที่ผ่านมาของผมก็คือการเพิ่มน้ำหนักตัวนี่แหละ มันทำให้ผม บล็อกคนรีบาวด์ เล่นเกมส์รับวงใน และบุกตะลุยเข้าประทะได้ดีขึ้นมาก” แต่การเพิ่มน้ำหนักมันไม่ใช่เรื่องยากเท่าไหร่สำหรับ เอดี ที่อาศัยอยู่ที่เมือง นิว ออรีนส์ ที่มีชื่อเสียงด้านอาหาร “ผมชอบอาหารอยู่แล้ว และ [เมื่อเป้าหมายคือเพิ่มน้ำหนัก] ผมกินได้ทุกอย่าง พิซซ่า พาสต้า เบอร์เกอร์ ทุกอย่างไม่มีข้อจำกัด และกินมันได้เยอะด้วย” ผลลัพธ์ที่ได้ในวันนี้คือ เรามีผู้เล่นตำแหน่ง พาวเวอร์ฟอร์เวิร์ด ที่มีร่างกายที่พิเศษ สูง ยาว กระโดดดี ยิงระยะกลางได้อย่างแม่นยำ ร่างกายใหญ่ และแข็งแกร่งขึ้น เลี้ยงลูกแหวกเข้าไปเล่นวงในได้ มีฟุตเวิร์ค และเทคนิควงในที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และตอนเค้าเล่นโดยไม่มีบอลยิ่งน่ากลัว ลองไปหาดูจังหวะที่เค้าเล่น pick and roll หรือตัดเข้าวงในตอนไม่มีบอลสิ เค้าทำได้ดีตั้งแต่เข้าลีกใหม่ๆ แล้ว และเค้ายังยิงลูกโทษแม่นระดับ 80% อีกซะด้วย เอดี บอกว่าสิ่งที่เค้าจะเน้นต่อไปก็คือการจบสกอร์ระยะปากห่วงให้เปอร์เซ็นสูงขึ้น และการป้องกันการ์ดที่เร็วๆแรงๆแบบ รัสเซล เวสต์บรูค เวลาต้องสลับมากันจากจังหวะ pick and roll ตอนนี้เค้าเป็นหัวใจเกมส์รับของทีมอยู่แล้ว ความยาวของช่วงแขน และความคล่องตัวของ เอดี ทำให้หลายคนตกใจเมื่อโดนเค้าบล็อก ผู้เล่นที่ถูกเค้าป้องกันหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ในหลายๆ จังหวะที่คนปกติไม่น่าจะบล็อกได้ เอดี กลับตามไปบล็อคได้อย่างเหลือเชื่อ ปกติการพัฒนาเกมส์รับใน NBA ต้องใช้เวลา และประสบการณ์ค่อนข้างนานเพื่อไปถึงระดับสุดยอด ถ้า เอดี มีประสบการณ์ในการอ่านเกมส์ และเทคนิคการเล่นเกมส์รับเพิ่มอีกหน่อย เค้าน่าจะเป็นผู้เล่นเกมส์รับที่ดีที่สุดของยุคแน่ๆ (ลองนึกภาพ เควิน การ์เน็ต ตอนหนุ่มในเวอร์ชันที่เร็วกว่า และแขนยาวกว่านี้สิ…)

 

นอกจากนั้นส่วนที่สำคัญนอกเหนือจากทักษะ และร่างกายที่เราเห็น สิ่งสำคัญอีกอย่างเกี่ยวกับ พัฒนาการของ เอดี เป็นไปอย่างก้าวกระโดด เค้ากลายผู้เล่นตัวใหญ่ที่ยิงระยะกลางแม่นที่สุดคนหนึ่งในลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยิงบริเวณหัวกระโหลกไปจนถึงเส้นสามแต้มซึ่งในฤดูกาลที่แล้วเค้ายิงได้ถึง 48.6% (พัฒนาจากฤดูกาลแรกที่ยิงได้เพียง 33%) ซึ่งถ้าดูตามสถิติถือว่าบริเวณนั้น เค้ามีความแม่นยำอยู่ลำดับต้นๆ ของลีกเลยทีเดียว ก็คือจิตใจที่พร้อมพัฒนา ความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม นิสัยดีไม่เคยนอกลู่นอกทางซึ่งทุกคนก็ทราบว่า Superstar ของลีกที่จบอาชีพไปเป็นตำนานก็มักมีคุณสมบัติพวกนี้เป็นฐาน โดยสรุปผู้วิเคราะห์เกมส์ส่วนมากมองว่า เอดี เป็น 1 ใน 5 ผู้เล่นที่ดีที่สุดในเวลานี้เรียบร้อยแล้ว ย้ำอีกครั้งว่าตอนนี้เค้าอายุเพียง 22 ปี และยังมีศักยภาพที่สามารถพัฒนาได้อีกอย่างไร้ขีดจำกัด ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เอดี ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเค้าพัฒนาได้เร็วแค่ไหน นี่คือเหตุผลที่บรรดาผู้จัดการทีมเลือกเค้าเป็นตัวเลือกแรก

ถ้าวันนี้คุณยังไม่รู้สึกถึงความเก่งของเค้าสักเท่าไหร่ ลองมาดูกันอีกทีใน 3-4 ปี ข้างหน้า ถึงตอนนั้นเค้าอาจจะจะเป็นนักบาสเบอร์ 1 ของโลกไปแล้วก็ได้ -Kawamura ป.ล. ความรู้ทั่วไป*: ฉายาที่ เอดี ได้รับจากสื่อ และเพื่อนร่วมวงการคือ “the Brow” แปลเป็นไทยว่า “ไอ้คิ้ว” เนื่องจาก เอดี มีคิ้วที่เป็นเอกลักษณ์ โดยทั้งสองข้างแทบจะต่อกันเป็นอันเดียว โดยฝรั่งเค้าเรียกกันว่า “Uni-Brow” หรือ “คิ้วเดียว/คิ้วต่อ” ซึ่ง เอดี ไปจดเครื่องหมายการค้าเกี่ยวกับคิ้วต่อของเค้าไว้แล้ว