จากไปเพื่อความฝัน พอล ซามาร์ ยืนยันว่า โมโน แวมไพร์ จะเป็นครอบครัวตลอดไป

Home / ABL, Thailand Basketball League / จากไปเพื่อความฝัน พอล ซามาร์ ยืนยันว่า โมโน แวมไพร์ จะเป็นครอบครัวตลอดไป
ASEAN Basketball League พอล ซามาร์

ตลอดช่วงซีซั่น ASEAN Basketball League ที่ผ่านมา พอล ซามาร์ การ์ดชาวฟิลิปปินส์ วัย 30 ปี ได้โชว์ฟอร์มมาตลอดว่าเขาเป็นปีกที่มีความสามารถสูง และ ความตั้งใจในการแสดงผลงานของเขาตลอดซีซั่นก็โดดเด่นจนไปเข้าตาทีม Blackwater Elite ในลีก Philippines Basketball Association (PBA) จนได้เซ็นสัญญากับทีม และ พร้อมที่จะลงเล่นในทันทีหลังจากที่ร่วมฝ่าฟันศึกมากับ โมโน แวมไพร์ ตลอดช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา

ในภาพอาจจะมี 3 คน, ผู้คนกำลังเล่นกีฬา และ สนามบาสเก็ตบอล

แม้ว่า ทั้ง ซามาร์ และ โมโน แวมไพร์ จะเพิ่งอกหักกับรอบชิงชนะเลิศใน ASEAN Basketball League (ABL) มาหยกๆ แต่ ซามาร์ ก็ร่วมประสบความสำเร็จกับทีม โมโน แวมไพร์ มาด้วยการคว้าแชมป์ TBSL มาก่อนหน้านี้ นอกจากนี้แล้ว แม้ว่าจะพ่ายไปใน ABL เป็นอันดับที่สอง แต่ทีม โมโน แวมไพร์ ก็สร้างผลงานที่น่าประทับใจ ได้ใจแฟนๆ ด้วยสไตล์การเล่นที่ไม่ยอมแพ้ใครแม้ในสถานการณ์ที่ลำบากลำบนเท่าไหร่ก็ตาม

แกนหลักที่คอยยิงช็อตสำคัญๆ ให้กับทีมหลายๆ จังหวะ ช่วงที่ผ่านมา คนหนึ่งก็คือ พอล ซามาร์ นั่นแหละ ซึ่งจังหวะทั้งหลายเหล่านี้ ที่เขาได้ประสบมาร่วมกันทีม และ แฟนๆ ทำให้เขามีความรู้สึกที่ผูกพันเป็นพิเศษ กับครอบครัว โมโน

“ผมต้องขอบคุณ โมโน กรุ๊ป อย่างมากเลยครับ” พอลกล่าว “พวกเขาอ้าแขนต้อนรับผมตอนที่ไม่มีใครเชื่อมั่นใจตัวผมแล้ว ต้องถือว่าผมเป็นหนี้บุญคุณ โมโน แวมไพร์ อย่างมากที่ได้ชุบชีวิตอาชีพการเล่นของผมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง”

ในภาพอาจจะมี 3 คน, คนที่ยิ้ม

หลังจากที่ พอล ซามาร์ จบช่วงการเล่นในระดับมหาวิทยาลัยที่ University of the East เขาก็ได้ถูก Draft เข้า PBA แต่ไม่ได้รับการเซ็นสัญญา และ ต้องไปหาโอกาสใน PBA D-League ซึ่งถึงแม้ว่าเขาจะสามารถสร้างผลงานได้โดดเด่น แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้มีทีมไหนมาสนใจ หลังจากที่เขาไปโชว์ฟอร์มตามทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ทั่วภูมิภาค ASEAN เขาก็ได้รับโอกาส กับ ทีม โมโน ทิวไผ่งาม และ ได้สร้างสถิติการทำแต้มมากมาย อีกทั้งยังช่วงให้ทีมสามารถเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ TBSL อีกด้วยในซีซั่นแรกที่ได้มาร่วมทีมก่อนที่จะย้ายมาเล่นกับทีม โมโน แวมไพร์

“ต้องขอบคุณท่านประธาน [คุณพิชญ์ โพธารามิก] โค้ชโจ [สุนทรพงษ์ มะวิญธร] โค้ชดั๊ก คุณอภิโชค คุณยอด และ คุณตี๋ อีกทั้งเพื่อนร่วมทีมทุกคน ทีมงานสต๊าฟทุกคน และแฟนๆ ชาวไทยทุกคน ที่คอยสนับสนุนให้กำลังใจผมมาตลอด”

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังเล่นกีฬา และ สนามบาสเก็ตบอล

ซามาร์ เป็นหนึ่งในนักบาสที่แฟนบาสหลายๆ คนชื่นชอบที่จะติดตาม ไม่ใช่เพียงเพราะฝีมือที่จัดจ้าน และ ความที่ชอบยิงลงในจังหวะสำคัญๆ หากแต่ว่า เขายังเป็นผู้เล่นที่มีจิตใจที่อ่อนโยน พร้อมสนทนาพูดคุยกับแฟนๆ หลังเกมทุกคน ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะก็ตาม

เขาเคยคิดมาตลอดว่า เขาไม่อยากที่จะทิ้งการเล่นบาสอาชีพที่ฟิลิปปินส์มาเพื่อเล่นในต่างแดนอย่างที่ทำอยู่ตอนนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาหลงรักกับวัฒนธรรม และ ผู้คนในประเทศไทยมาก จนกระทั่งแทบจะรับเป็นบ้านหลังที่สองของตัวเอง

แม้ว่าเส้นทางก้าวต่อไปในอาชีพของเขา จะนำพาเขากลับไปสู่บ้านเกิด เพื่อตามฝันที่เขามีมาตั้งแต่เด็ก แต่เขาก็ไม่มีวันที่จะลืมพ่อแม่พี่น้องชาวไทยทุกคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขามาเสมอ

“นี่ไม่ใช่การจากลาแน่นอน พวกคุณทุกคน คือ ครอบครัวของผม เส้นทางที่พวกเราเดินนั้น ต้องได้กลับมาเจอกันอีกครั้งแน่นอน แล้วเจอกันใหม่” พอลกล่าวทิ้งท้ายไว้